หน้าแรก » สุขภาพ » โรคหนองในร้าย” และอันตราย!!!กว่าโรคเอดส์ อย่างที่คุณนึกไม่ถึง

โรคหนองในร้าย” และอันตราย!!!กว่าโรคเอดส์ อย่างที่คุณนึกไม่ถึง

หมวดหมู่ : สุขภาพ 30 October 2559

ตอนนี้มีเชื้อโรคใหม่ที่ชื่อว่า “โกโนเรีย” ซึ่งเป็นแบคทีเรียจากโรคหนองในที่มีการระบุว่าอันตรายมากกว่ากลุ่มอาการของโรคเอดส์มาก ซึ่งความรุนแรงของเชื้อโกโนเรียนี้ถูกจัดให้เป็น Superbug หรือเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อยาปฏิชีวนะทุกชนิดและไม่มีทางรักษาด้วย1

เชื้อโกโนเรีย หรือเชื้อหนองในสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า H041 เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบครั้งแรกในหญิงขายบริการ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน จากนั้นก็ปรากฏอีกครั้งที่ฮาวาย แคลิฟอร์เนีย และนอร์เวย์ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเชื้อโกโนเรียนี้มีความดื้อยาปฏิชีวนะและไม่มีทางรักษา ได้ และมีความเป็นไปได้มากว่าผู้ที่ีได้รับเชื้อโกโนเรียเข้าไปแล้วจะปรากฏอาการได้ไวกว่าโรคเอดส์ และแสดงผลของการติดเชื้อได้ไวกว่า HIV2

โกโนเรีย Superbug ร้ายอันตรายกว่า HIV (Momypedia)

นายแพทย์อลัน คริสเทนสัน แพทย์สาขาธรรมชาติบำบัด กล่าวว่าเชื้อ H041 เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อันตรายมากและเลวร้ายกว่าเชื้อเอดส์ เพราะมีการเกิดโรคเร็วและลุกลามมากกว่า อีกทั้งเชื้อโกโนเรียดื้อยานี้ อาจจะทำให้ผู้ที่ติดเชื้อเกิดอาการช็อกเหตุพิษติดเชื้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการติดเชื้อที่รุนแรง และจะทำให้เสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

โรคหนองในโดยทั่วไปเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชาย ที่ได้รับเชื้่อหนองในเข้าไปจะปรากฏอาการใน 2-5 วัน จะมีอาการปัสสาวะขัดอย่างรุนแรง และมีหนองสีเหลืองข้น ไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ มักเกิดอาการหลังรับเชื้อไปแล้ว 2-5 วัน ถ้าไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลุกลามไปยังต่อมลูกหมาก ทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ อัณฑะอักเสบ ฯลฯ ซึ่งทำให้เป็นหมันได้neisseria-ml

โรค หนองในในผู้หญิงจะปรากฏอาการหลังจากรับเชื้อไปแล้วประมาณ 10 วัน จะมีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น ท่อปัสสาวะและปากมดลูกอักเสบ มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ต่อมบาร์โธลินอักเสบ เป็นฝีบวมโต การอักเสบในอุ้งเชิงกราน ปีกมดลูกอักเสบ การอุดตันของท่อรังไข่ ซึ่งทำให้เป็นหมันหรือตั้งครรภ์นอกมดลูกได้

วิธีป้องกันโรคหนองในคือ การใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือหากเกิดอาการที่คาดว่าจะเป็นโรคหนองในก็ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อโรค
aasw

ความแตกต่างระหว่างผู้ป่วย HIV และ ผู้ป่วยโรคเอดส์

HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ได้รับจากการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือจากการสัมผัสเชื้อจากบุคคลที่มีเชื้อ HIV มาก่อน เชื้อ HIV จะทำให้เม็ดเลือดขาวน้อยลงและอ่อนแอจนร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน และเมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคอื่นเข้ามาก็จะทำให้เกิดโรคและอาการอื่น ๆ ได้ง่าย

AIDS หรือ Acquired Immuno Deficiency Syndrome คือ กลุ่มอาการของความเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์ หรือ เอชไอวี (HIV) ทำ ให้ร่างกายอ่อนแอลงเนื่องจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยเอดส์อาจมีอาการได้มากมายหลายอย่าง เช่น ไข้ ผื่นขึ้นตามตัว การลุกลามของโรคเริม ปอดอักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง ผอมลงและน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิต

ผู้ ป่วยที่ได้รับเชื้อ HIV ที่ดูแลตัวเองดีอาจจะไม่เป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ เพราะไม่ได้รับเชื้อไวรัสเพิ่มเติม หรือไม่ได้ติดเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการของโรคอื่นแทรกซ้อนจนทำให้เป็นผู้ ป่วยโรคเอดส์นั่นเอง

 

 

ที่มา  http://www.healthmee.com/

ล่าสุดของหมวดหมู่ สุขภาพ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook